บนรถแท็กซี่กรุงเทพมหาาานคร

ก็คิดว่าควรบันทึกความทรงจำนี้ไว้เลยก่อนจะลืม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คิดว่าคงเพราะเราอยู่แต่ในคอมฟอร์ตโซนของตัวเองมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมานี่นะ ด้วยความที่ถ้าต้องไปไหนมาไหนคนเดียวก็จะใช้วิธีขึ้นรถไฟฟ้าตลอดหรือมอเตอไซค์ในระยะที่ใกล้ๆ ถ้าต้องโดยสารรถที่ผ่านมาก็จะเป็นอูเบอร์ซะมากกว่าเราเลยแทบจะไม่ได้ต้องขึ้นแทกซี่ไปไหนเองมาซักพักใหญ่มาก ทีนี้ช่วงนี้ทุกวันเสาร์เรามีเรียนที่วัดมกุฏกษัตริย์ฯ ขาไปก็ไม่เท่าไหร่เราติดรถคุณฮิมเค้าไปด้วยเพราะเค้าก็ต้องเข้าออฟฟิศวันเสาร์ช่วงนี้ทางมันพอจะผ่านไปส่งได้ เค้าก็อุตส่าห์ไปส่งเรานะทั้งที่เราทำเค้าสายทุกที >< (ต้องขอโทษด้วยนะค๊ะ ขอบคุณนะ ^^) แต่ที่อยากจะเล่าคือขากลับ เพราะทีนี้เราก็ต้องกลับเองละสิไม่คุ้นด้วยแถวนั้น จะเรียกแทกซี่ก็ไม่แน่ใจขึ้นฝั่งไหนถึงจะเข้าเมืองและก็ยังกิตติศัพท์แทกซี่อีกว่าเป็นยังไงเราก็รู้ๆกันอยู่เรียกไม่ค่อยรับไปไหนก็ไม่ค่อยไป อาทิตย์แรกเรานี่เงินสดติดตัวก็น้อยหาตู้ก็ไม่เจอ ดูกูเกิ้ลแล้วไปผิดทาง เดินตามทางที่มันชี้ว่าจะเข้าเมืองกะไปเรียกแทกซี่เอาดาบหน้าเพราะทางที่เดินมาผ่าน รร วัด แและก็ตุ๊กตุ๊กส่วนใหญ่ ตุ๊กตุ๊กเราก็ไม่กล้าเรียก กลัวโดนฟันหัวแบะอีกเพราะต่อก็ไม่เก่ง แต่เดินไปนิดนึงก็ไม่ไหวจริงๆเพราะมันร้อนมากเลยหยุดรอเรียกพี่แทก ซึ่งก็ไม่มาซักทีรอยู่นานสุดท้ายมาคันนึงก็จอดแบบไม่ค่อยเต็มใจเราบอกที่เราจะไปก็พยักหน้าอยู่นะแต่อาจจะไม่เข้าใจหรือยังไงเพราะพอเราขึ้นแล้วย้ำสถานที่อีกทีคราวนี้ละครับ คำสบถมาเต็มคันรถคือก็บ่นๆๆๆเป็นภาษาอีสานบ้านเค้าอะนะจับใจความได้คงประมาณ…รถติดไม่อยากไปจะได้กลับบ้านมั้ยวันนี้โอ๊ยตายๆๆ … เราซึ่งเป็นผู้โดยนั่งอยู่ข้างหลังแล้วเป็นคนขอให้ไปส่งนี่ได้ยินอย่างงี้เราอึดอัดมากอะแล้วแกไม่บ่นอย่างเดียวบ่นไปขยับตัวไปยุกยิกซ้ายขวาจึ๊ๆปากไม่หยุด มันอึดอัดมากจริงๆนะเราก็แบบไม่ไหวงั้นขอลงเลยละกันเอาตรงใกล้เมืองหน่อยใกล้วินหรือบีทีเอสอะไรก็ได้แต่ชั้นอยากลงแล้ว คือมันแย่มากจริงๆประสบการณ์นี้ สุดท้ายเราขึ้นบีทีเอสเข้าเมือง แล้วก็จบไปแต่ประสบการณ์นี้คงไม่ลืม และนั่นก็คือประสบการณ์สัปดาห์แรก
ทีนี้ก็มาถึงสัปดาห์ที่ 2 เช้าก็แบบเดิมติดรถแฟนไป (ทำเค้าสายเหมือนเดิม) แแล้วก็ต้องขึ้นแทกซี่ขากลับทีนี้เรารู้มากขึ้นนิดนึงละว่าควรออกจากวัดฝั่งไหนขึ้นแทกซี่ฝั่งไหน ตอนเราข้ามถนนไปเราก็เห็นแล้วว่ามีแทกซี่สีฟ้าอยู่คันนึงจอดริมถนนมาพักนึงแล้ว ก่อนเราข้ามไปแทกซี่ก็ผ่านเยอะแยะพอข้ามไปปุ๊ปหายไปหมดเลยค่ะ ไม่มาซักคัน ทีนี้เรายืนรออีกอึดใจแทกซี่สีฟ้าก็สตาร์ทเครื่องออกมาจากข้างฟุตบาทแต่เรากลัวเราก็ไม่โบกเพราะมันก็แปลกๆอะจอดอยู่ตั้งนานไม่ไปไหนพอเรามายืนพักนึงก็ออกมา จะมองแง่ดีก็ได้ร้ายก็ได้เหมือนกันนะ แต่ยังไงเราไม่โบกละกันแต่กระนั้นก็เถอะพี่เค้าก็ชะลอหน้าเราแล้วก็ต่างคนต่างลังเลแล้วพี่เค้าก็จอดเลยไปหน่อยเราก็อ่าาา…ไงดีก็เดินไปถามว่าไปบีทีเอสมั้ย แต่จริงๆเราจะไปลาดพร้าวแต่กลัวแทกซี่บ่นอีกมันหลอนเลยอยากไปไหนที่มันจะได้ลงเร็วๆ พี่เค้าก็พยักหน้าแล้วพอเราขึ้นเค้าก็ถามว่าแล้วทำไมไม่โบกเล่าา เราก็เอ่อ..อ๋อกลัวแทกซี่ไม่ไปน่ะค่ะก็เล่าเหตุการณ์อาทิตย์ที่แล้วให้เค้าฟัง เค้าก็ว่าฮู้ยแค่นี้ไม่ไปก็ไม่ต้องไปไหนแล้ว เราก็นั่งเงียบๆแต่ปรากฏว่ารอบนี้เจอแทกซี่ช่างคุยอีก เค้าเห็นเราเล่าเรื่องอาทิตย์ที่แล้วเค้าก็ถามเลยอ้าวมาบ่อยหรอไอ้เราโกหกไม่เป็นจริงๆนะก็เล่าไปตามตรงมาเรียนอะค่ะ หรอๆเรียนอะไร เราก็อ่า เรียนพวกโหงวเฮ้งโหราศาสตร์อะค่ะ ทีนี้แกก็เอาเลยขยับกระจกมาส่องหน้าเราว่าอ้าวไหนดูโหงวเฮ้งให้พี่หน่อย เราก็เอ่อดูยังไม่เป็นค่ะเพิ่งเริ่มเรียน กลายเป็นแกมานั่งดูโหงวเฮ้งให้เราแทน ถามเรายืดยาวว่าแบบนี่ก็ต้องหัดดูตัวเลขด้วยนาเพราะมันเกี่ยวกัน เลข 1 นี่หมายความว่างี้ๆเลข2 อย่างงี้ๆ ทีนี้ก็ไล่ความหมายเลขให้เราฟัง ถามเราเกิดวันที่เท่าไหร่เดือนอะไร เราก็บ้าจี้ตามไม่รู้จะเฉยังไงอะก็คุยๆตอบๆไป พยายามชวนคุยเรื่องอื่นก็กลับมาเรื่องนี้มาจนถึงเรื่องนั่งสมาธิ แกก็ถามเราว่าเรียนพวกนี้แล้วนั่งสมาธิรึปล่าว เราก็ว่านั่งค่ะนั่ง แกก็ถามต่อนั่งยังไงเห็นอะไร ใครสอนนั่ง ไปๆมาๆแกบอกให้เราลองนั่งเลยในรถนี่แหละ เราก็เฮ้ยเอาจริงหรอ พี่ๆหนูคงนั่งไม่ได้หรอกตอนนี้ไม่มีสมาธิ แกก็บอกว่าเฮ้ยน้องง!! สมาธินี่ที่ไหนก็นั่งได้พี่ขับรถยังฝึกได้เลย! อ้าวหลับตาทำตามพี่พูดนะพี่จะพูดวิธีให้เราคิดตาม …55555 เกิดมาเพิ่งเคยเจออ้ะแล้วเราทำไงดีวะ นี่ถ้าหลับตาแล้วลืมมาอีกทีไม่ใช่ลาดพร้าวทำไงละนี่ เราก็เลยนั่งหรี่ๆตาเอา 5555 บ้ากว่าแทกซี่ก็ดาไงจะใครล่ะ เค้าก็พูดๆๆๆไปว่าให้หายใจแรงๆเอาความคิดไปไว้ตรงนี้ๆๆๆก็ว่ากันไป แต่ใจหนูนี่ร้อนรนมากพูดเลย พี่เค้านำสมาธิไป 2 รอบเราก็ลืมตาพี่เค้ายังว่าเอ้าาายังไม่จบ!! 5555 เราก็แห่ะๆๆ อ้อหรอคะหนูนึกว่าจบแล้ว แห่ะๆๆๆ เราก็พยายามชวนคุยเรื่องอื่นต่อ เดชะบุญลืมตาขึ้นมาเห็นยูเนี่ยนมอลก็ดีใจมากมายอ่ะ เฮ้ถึงแล้ว โอย รอดตัวไปนะกรูรอบนี้ ตื่นเต้นเท่านี้พอละบอกเลยมากกว่านี้คงรับไม่ไหว ฮือ จัว…

Let’s Go Home

With you lying beside me here today

I’ve got one word to whisper to you, one word to say

Your presence warm my heart and warm my soul

Right here is the place I call home

Everytime I walk towards you I know I’ll be fine

However the world has beaten us down, we’ll fix each one’s state of mind

Don’t you worry baby – anger sad or lonely

Leave it all behind now you’ll also be fine with me

Let’s go home baby, let’s go home

You say sometimes I seem distant, so much is going on

I say please hang on baby just stay with me

I’ll come right back to you you’re my priority

Let’s go home baby, let’s go home

I’ll make you feel you are right where you belong

I look at you each day and feel in ecstasy

I thank god everyday you’re here with me

I’ll kiss you lightly on the lips and before you fall asleep

I’ll whisper the words everyday I love you baby

Stay, stay with me

Love-song-to-be 

Words by Panida

I guess I’m just going to restart writing songs with childish-like words, very straight forward meaning. Hope I can continue and evolve from this little dot point where I start

Do What You Love

I suddenly thought of something recently

That how many people out there are spending their days being unhappy, demotivated, bored, tired and hopeless

Many people are working their dream jobs, having their dream life unfold by their own hands

Many people are just cool with what they have and what they do, not really minding much

Many people though are being the first type. The other day I was on BTS and I overheard these guys behind me discuss about what other things they should or could be doing instead of their current jobs, that would allow them more time and less stress and of course would give them more life satisfaction

And with this conversation I heard, I know that a large amount of workforce are talking the exact same topic. Then I wonder WHY? Why does the 8 hours jobs have to make life so miserable. WHY? (well, usually it’s never 8 hours for a start, some 9 some 10 some 12, why don’t you just put me in chains and take my bloody life? is some $xxx amount really worth it?) Corporate and businesses expect people to WORK like machines, expecting targets and results and growth and so on, WHY? Why stress out workers this much and causing this much unhappiness. Can they not strive for a steady growth where everyone come out winning?

I am sure people would be fine with office work, regular jobs, so long that jobs allow them to have life satisfaction and not having to kneel down cut their heart open and hand it to the corporate owners. That is pathetic and sad, I think, when business owners require that from workers. But that’s just me, from a worker’s point of view. Maybe that’s why  I’m not on the other side of the table.

Nobody, if given a choice, wants to be working one job and still trying to find other jobs or income to fulfill life satisfaction. Why can’t we get that by giving to 1 thing? Most of the time people work main jobs that they don’t love so much for money, which doesn’t even paying enough, and what’s left of the time they do something else that makes them happy and make more money out of it. Sounds ridiculous. So where is the time for each person to really have their own space? People need that. Why do we have to run around this much?

Imagine if the world is filled with unhappy people at their jobs, it would be quite a terrible place. You would go to places and you won’t get the best out of anything because you get people who aren’t happy to do their jobs, not giving their all. Negative energy spurs around everywhere. You only get tired vibes, slacking vibes, unfriendly vibes, grumpy faces, not because those people are bad or suck at their jobs, but they are just unhappy and life forces them to do what they don’t love. Imagine again if you are in the world where people absolutely love what they do. You would get the best out of everything, every penny you spent, every service you asked for, every conversation you make, every place you go, you would feel so good, people would smile everywhere and there should be much less opportunity to face with grumpiness or negative energy. I don’t know. Think about it..

It’s just important to find what you love, and do what you love. Some people would argue they don’t know what that is, but I think everyone knows in their heart but they don’t fully embrace it. (Please let it be good things to embrace though)

I hope you will find strength to break this vicious cycle of life. To be brave to embrace what you love to do and go do it, disregard what the society would think or whether it might damage your “image”. Go be so good at doing what you love to do and inspire others, spread the positive energy. Like John Mayer said, Go crazy – go all the way with what you love. Take it all the way. Like what he does with his guitar, and look where leads him and it would always continue because the road would never end.

Save yourself, as well as others, by embrace who you are and DO WHAT YOU LOVE

Or maybe that’s just me..

 

Valentine’s Tarot for Lovers

สำหรับวันแห่งความรักที่จะถึงในปีนี้ ดาก็เลยลองเปิดไพ่ดูคำแนะนำว่าสาวๆ ที่มีแฟนแล้ว หรือมีคนที่ชอบ ปีนี้จะทำอะไรดีให้เค้าประทับใจและมีความสุข ก็ลองมาดูกันเลยค่ะ

วันจันทร์

สาวๆวันจันทร์ควรจะลองพาคนรักไปเดินทางไกลในหรือต่างประเทศก็ได้ หรือทำอะไรที่แปลกใหม่แหวกแนวไปเลยแบบที่ไม่เคยได้ลองทั้งคู่ เป็นกิจกรรมที่ผาดโผน รวดเร็วและตื่นเต้น เช่นขับโกคาร์ท เจ็ทสกี รถไฟเหาะ หรือแม้แต่ขับรถออกทริปแบบไม่วางแผนมากมาย ลองดูนะคะ

วันอังคาร

ปีนี้น่าจะต้องลองทำอะไรเซอร์ไพรซ์แบบไม่ให้เค้ารู้ค่ะ ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าเล็กน้อย ร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัว อาจจะเป็นการซื้อของเซอร์ไพรซ์ จัดปาร์ตี้เล็กๆ ทานข้าวกับเพื่อนๆ หรือทำทริปเล็กๆโดยไม่บอกว่าไปไหน จะไปกันเองหรือกับเพื่อนๆกลุ่มเล็กๆก็ได้ค่ะ

วันพุธ

ดูแล้ว สาวๆวันพุธปีนี้ เหนื่อยน้อยสุดเลยค่ะ ไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษเท่าไหร่ เพียงแค่เติมความหวานให้กันโดยคำพูด และทำตัวน่ารักๆกับเค้าก็พอเลยค่ ะ ห้ามโกรธหรือทะเลาะด้วยกรณีใดๆ ลดอีโก้ทุกอย่างและเติมความหวานการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษก็น่าจะทำให้วาเลนไทน์ปีนี้เป็นวันดีๆของทั้งคู่เลยค่ะ

วันพฤหัสบดี

วาเลนไทน์ปีนี้สำหรับสาวๆวันพฤหัสฯ ควรจะต้องส่งความรักไปถึงครอบครัวทัังของคุณและของคู่ของคุณด้วยค่ะ เพราะวาเลนไทน์ไม่จำเป็นจะต้องเป็นวันของแค่คน2คน จริงมั้ยคะ ปีนี้น่าจะดีสำหรับสาวๆวันพฤหัสฯที่จะชวนแฟนเข้าบ้าน อยู่กับพ่อแม่และครอบครัวด้วยค่ะ 

วันศุกร์

สำหรับสาววันศุกร์ ปีนี้ชวนคู่ของคุณไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่โรงพยาบาลหรือการมอบสิ่งต่างๆให้คนที่ขาดแคลน ช่วยให้ความสัมพันธ์เริ่มต้นปีอย่างสดใสเลยค่ะ

วันเสาร์

สาวๆวันเสาร์น่าจะได้เน้นไปทางกินดื่มเที่ยวค่ะ ไปดูโชว์ พบปะผู้คน ชมนิทรรศกาล เข้าผับเข้าบาร์ หรือร้านอาหารดีๆบริการดีๆค่ะที่มีคนเยอะๆหน่อยค่ะ

วันอาทิตย์

ไปเที่ยวกันได้ค่ะ ทางน้ำจะดีมากเลย เที่ยวแม่น้ำในบ้านเรานี่เลยค่ะ จะล่องเรือ ล่องแพ โฮมสเตย์ พักผ่อนริมน้ำ ไม่จำเป็นต้องแพงหรือหรูหราค่ะ แบบชิลๆไปเลย และพากันไหว้พระขอพรให้เป็นสิริมงคลสำหรับคุณและคู่ของคุณด้วยค่ะ 

หวังว่าคงถูกใจและเผื่อว่าจะเป็นไอเดียสำหรับสาวๆทุกคนได้บ้างนะคะ ไม่ว่าอย่างไรก็ขอให้มีความสุขมากๆกับความรักทุกๆรูปแบบในชีวิตเลยนะคะ

Weekly Tarot Reading 30 Jan – 3 Feb 2017

ไม่ได้เขียนเรื่องพยากรณ์รายสัปดาห์มานานแล้ว อาทิตย์นี้มาลองดูกันซักหน่อยค่ะ ^^ สำหรับคนที่เกิดในแต่ละวันนะคะ

วันจันทร์

การงานสัปดาห์นี้มีเรื่องดีๆในด้านของโอกาสทางการเงินค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการรับโบนัส เงินพิเศษ สิ่งของมีค่า ของขวัญ ต่างๆ

การเงินสัปดาห์นี้ก็น่าจะเป็นเรื่องของการเดินทาง ใช้เงินสำหรับเดินทางไปทำงานหรือเกี่ยวกับงานซะส่วนใหญ่ ไม่ได้ใช้เพื่อความสุขส่วนตัว

ความรักสัปดาห์นี้ คนมีคู่อาจจะไม่ได้ใช้เวลาด้วยกันเท่าไหร่ เจอกับแว๊บๆ ต่างคนต่างรีบมีเรื่องจัดการของตัวเอง ก็ระวังอย่าใจร้อนใส่กันนะคะ ส่วนคนโสดก็อาจจะเจอคนใจร้อน มาเร็วไปเร็ว เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่เป็นคนสนุกสนานอบอุ่นค่ะ 

วันอังคาร

การเงินมีการเปลี่ยนแปลงแปรผัน อาจจะเสียเงินหรือได้เงินแบบฟลุ๊กๆ

การงาน สัปดาห์นี้งานเรื่อยๆนะคะสบายๆ คนที่ทำธุรกิจหรือด้านการเงิน น่าจะเป็นสัปดาห์ที่ดีค่ะเงินเข้ามากมายไม่ต้องทำอะไรมาก

ความรักสัปดาห์นี้ต้องบาลานซ์ความรักดีๆค่ะอย่าละเลยอย่าลืมให้เวลากัน อย่าคาดหวังอะไรก็จะไม่ผิดหวัง ส่วนคนโสดช่วงนี้จะทำความรู้จักใครต้องดูดีๆค่ะว่าเค้าจริงใจหรือเปล่า ถ้าจะทำอะไรให้ใครช่วงนี้ต้องอย่าหวังผลตอบแทน

วันพุธ

การงานสัปดาห์นี้จะมีความอยากตัดช่องน้อยแต่พอตัว อยากทำเท่าที่พอ หรือทำน้อยกว่าที่ควรไม่ค่อยอยากสู้งาน และก็มีโอกาสให้หนีด้วย ต้องเลือกเองแล้วละค่ะว่าจะทำยังไงดี 

การเงินสัปดาห์นี้ก็ถือว่าดีค่ะ รอความสำเร็จหรือความก้าวหน้าทางการเงินที่กำลังจะมาถึงได้ เงินที่เคยลงทุนไว้ก็จะได้คืนมา หรือเป็นเจ้าหนี้ก็ลองทวงดูนะคะ 

ความรักสัปดาห์นี้แฮปปี้ดีค่ะ มีโอกาสออกไปสังสรรค์ด้วยกันกับเพื่อนๆ ส่วนคนโสดก็ไม่รู้สึกขาดอะไรเพราะช่วงนี้เพื่อนเยอะอยู่กับเพื่อนซะมากค่ะ 

วันพฤหัสบดี

การเงินสัปดาห์นี้ต้องระวังค่ะ จะมีสิ่งรุมเร้าหลายอย่างจากข้างนอก ระวังโจรขโมย ระวังคนเข้ามาหยิบยืม หรืออะไรต่างๆให้ดี และมีสติก่อนหยิบยื่นไปค่ะว่าสมควรหรือไม่สมควร

การงานมีโอกาส มีทางเลือก อาจมีประตูใหม่ๆเปิดให้เราได้ลอง โอกาสช่วงนี้ควรเลือกและใช้ให้เป็นประโยชน์ อาจจะมีเพื่อนร่วมงานใหม่เข้ามา มีคู่หู หรือหุ้นส่วนใหม่ เรียกว่ามีโอกาสเข้ามาและที่สำคัญคืออย่ากลัวที่จะเลือกและลองค่ะ 

ความรักขอให้มองทุกอย่างตามความเป็นจริงก่อนตัดสินใจอะไร ไม่ว่าจะตัดสินใจคบตัดสินใจเลิก อย่าใช้อารมณ์นะคะ พิจารณาข้อดีข้อเสียก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ

วันศุกร์

การเงินช่วงนี้ค่อนข้างโชคดีนะคะ ถ้าใครมีงานพิเศษหรืองานที่ใช้ความสามารถพิเศษก็เป็นช่วงที่ดีที่จะมีช่องทางเพื่อเพิ่มพูนเงินด้วยความสามารถของเราเองค่ะ ถ้าขยันช่วงนี้ก็จะดีมาก สำหรับงานประจำก็เป็นช่วงที่ดีสำหรับการเงินอีกเช่นกันที่จะเลือกนำเงินไปลงทุนซื้อพันธบัตรต่างๆให้เงินเพิ่มพูน เงินเราเราควบคุมเองค่ะ 

การงานสัปดาห์นี้อาจจะพบความผิดหวังบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกแย่ อาจจะอยากหยุด อยากจบกับหน้าที่ปัจจุบัน หากรู้สึกแย่มากๆการพักผ่อนก็เป็นสิ่งที่ควรทำค่ะ เก็บแรงไว้สำหรับวันใหม่ที่สดใสกว่า

ความรักก็เรียกว่าฝันกลางวันเยอะค่ะช่วงนี้ มีเรื่องให้เลือกให้ทำเยอะเหลือเกิน เลือกโฟกัสเป็นอย่างๆน่าจะให้ผลดีกว่านะคะ อย่าลืมสื่อสารความต้องการให้ตรงกันก่อนว่าสิ่งที่เลือกจะทำให้มีความสุขทั้งสองฝ่าย ส่วนคนโสดก็ดูจะมีตัวเลือกเยอะ หรือไม่ก็เห็นแต่สิ่งดีๆ ของคนคนหนึ่ง ให้เวลากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก่อนะคะ อาจจะถอยออกมาซักก้าวนึงเพื่อที่จะเห็นอะไรชัดขึ้น

วันเสาร์

การเงินอยู่ในช่วงอยากเสี่ยงทำอะไรใหม่ๆ มองโลกในแง่ดีเรื่องการเงิน ทำให้ต้องระวังนะคะ ก่อนตัดสินใจอะไรหาข้อมูลและสอบถามผู้รู้ อย่าตัดสินใจอะไรเอง 

การงานสัปดาห์นี้มีปัญหายุ่งยากให้ต้องวางแผนและตัดสินใจ หรือไม่ก็จะมีคนเพ่งเล็งคอยดูผลงานของเราทำให้เรารู้สึกอึดอัดไปหน่อย อาจจะเป็นช่วงของการประเมิณผลงาน ใช้ความสามารถและทำให้ดีที่สุดนะคะ

ความรักสัปดาห์นี้รู้สึกอึดอัด ตัวคนเดียว ไม่มีใครเข้าใจ คุยกับใครไม่ได้ เหงา โดดเดี่ยว ตั้งสติก่อนนะคะ สิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็น บางทีเราก็เป็นคนที่ทำร้ายตัวเราเองหรือเปล่า ลองช่วยเหลือตัวเองก่อนจะขอความช่วยเหลือ บางทีเราอาจจะผ่านไปได้ด้วยตัวเราเองค่ะ 

วันอาทิตย์

การงานสัปดาห์นี้ยุ่งค่ะ มีงานเยอะ ยิ่งทำยิ่งดีค่ะ เป็นช่วงที่มีผลงานดี ไม่ว่าจะเป็นงานประจำหรือธุรกิจ เป็นช่วงที่มีการพัฒนาฝีมือดีมากค่ะ 

การเงินสัปดาห์นี้อาจจะรู้สึกขาดแคลนนะคะ อย่าสุรุ่ยสุร่ายเลยค่ะช่วงนี้ มีความฝืดเคืองหมุนเงินไม่ทันหรือเงินที่รอก็ไม่มา มีความผิดหวังนิดนึงค่ะ

ความรักสัปดาห์นี้มีเสน่ห์เป็นพิเศษค่ะ ถ้ามีคู่ก็ระวังใจตัวเองดีๆนะคะถ้ามีคนเข้ามา หันมาเติมความหวานให้ความรักของเราเองจะดีกว่านะคะ ส่วนคนโสดจะเป็นสัปดาห์ที่ดีค่ะ ช่วงนี้โปรยเสน่ห์ได้เต็มที่ อาจจะมีคนเข้ามาค่ะ 

เป็นยังไงบ้างคะคอมเม้นกันมาได้นะคะ แต่อันนี้เป็นอะไรที่ภาพกว้างมากๆ ถ้าอยากถามเฉพาะเจาะจงรายบุคคลก็ทักดามาได้นะคะ 😊😊 

If you love someone

If you love someone, you tell them. Even if you’re scared that it’s not the right thing. Even if you’re scared that it’ll cause problems. Even if you’re scared that it will burn your life to the ground, you say it, and you say it loud and you go from there.

Mark Sloan – ‘Remember the Time’
(Season 9, Episode 2) 

#DaHimTheWedding

14.01.17

วันแต่งงานของเราก็มาถึง ความเป็นจริงจะแตกต่างกับสิ่งที่คิดเสมอเลย งานแต่งครั้งนี้ ทำให้ได้เรียนรู้อะไรมากกกกมาย เช่น บางสิ่งที่คิดว่าสำคัญ สุดท้ายนั้นจิ๊บจ้อย สิ่งที่เรามองข้าม บางทีสำคัญยิ่งกว่า การมีเพื่อนหรือกัลยาณมิตรที่ดีคือความโชคดีของชีวิต เราควรดูแลคนรอบตัวเราให้ดีห้ามละเลย การติดต่อที่ดีที่สุดคือการพูดคุยพบเจอและให้ความสำคัญให้เค้ารู้สึกได้จริง ไม่ใช่การกดไลค์ การให้ความช่วยเหลือเมื่อมีคนต้องการนั้นมีค่ามากกว่าสิ่งของใดๆ ครอบครัวมีค่าที่สุด และอะไรอีกหลายๆอย่าง มีหลายอย่างที่เสียใจ หลายอย่างที่ดีใจ มันคือการเรียนรู้ทั้งสิ่งรอบข้าง และกันและกัน จุดสำคัญอีกจุดนึงจริงๆ

ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่สละเวลามา ดาหวังว่าคงสนุกกับงานไม่มากก็น้อยนะคะ ขาดตกบกพร่องตรงไหนต้องขออภัยด้วยนะคะ ขอบคุณเพื่อนดาและเพื่อนฮิมที่มาร่วมงานและช่วยงานทั้งเช้าและเย็น ซาบซึ้งมาก 😭

และสำหรับฮิมนะ เมื่อวานบนเวทีดาอาจจะไม่ได้พูดอะไรความในใจอะไร เพราะจริงๆก็บอกอยู่ตลอด พรีเซ้นพิเศษก็ทำให้แล้ว ก็หวังว่าฮิมคงรู้ ดาก็เลยไม่ได้พูดอะไรออกไป แต่ก็คือสำหรับดา ฮิมคือคนที่เข้ามาทำให้ดารู้จักความรักที่ไม่หวังอะไรตอบแทนเพียงอยากให้เค้ามีความสุข สอนให้ดารู้จักการให้อภัย การปล่อยวาง การเข้าใจผู้อื่น บทเรียนสำคัญทั้งนั้นเลย มันก็ทำให้ความคิดดาสงบและมีความสุขมากขึ้น และฮิมก็มีอะไรที่ทำให้ดาหัวเราะได้ตลอด และบางทีก็ร้องไห้ด้วย แต่ดาก็รู้ว่าฮิมรักดา ดาขอแค่ให้สุดท้ายเราเข้าใจกันมากขึ้น สื่อสารกันมากๆ ขอให้เราอยู่ข้างกัน เรียนรู้ด้วยกัน เติบโตด้วยกัน เป็นกำลังใจและดูแลกันเรื่อยๆไป

3 คำที่แฟลชกับโบว์ให้คิดเมื่อคืน ดาพูดออกไปว่า น่ารักดี ฟังดูโง่และตื้นจังเนอะ แต่มันก็สำคัญน๊า ความน่ารักคือสิ่งที่ฮิมมีและทำให้ดารู้สึกรัก แต่วันนี้คิดออกละว่า 3 คำที่อยากจะจำกัดความจริงๆก็คงเป็นคำว่า “คู่ชีวิต”

😊 

I love you everyday ..

Always speak the truth

ชีวิต ก็เท่านี้เอง

สิ่งที่แน่นอน ไม่มี

จงมีแต่ความจริงใจในการพูดจา ในการกระทำ

อย่าเพียงพูดหรือทำในสิ่งที่คิดว่าเพื่อให้คนอื่นพอใจเท่านั้น

จงพูดและทำในสิ่งที่เราเห็นว่าดี ว่าควร และถูกต้องตรงไปตรงมาเท่านั้น ไม่ต้องพยายามเอาใจโดยไม่เป็นตัวเอง ไม่ต้องตัดสินใคร กรรมใคร กรรมเขา เรามีความจริงใจให้เขา และเคารพในความเป็นเขา เท่านั้นพอ

ไม่ต้องพยายามเอาใจใคร จริงใจ เท่านั้นพอ

Always speak the truth

20151231_024325_HDR[1]

Try ..Try.. Try..

If you only try, you are already good enough.

Life is not a fairy tale and nothing comes easy.

You have to go look for your “it”. Whatever it is you want or desire.

Be particular, be so detailed that when you see what you are looking for you will know it instantly.

If you don’t know what it is or where to look for it, take your time and search into your heart. When it skips a beat at a thought of something, that could be your “it”

Don’t ignore even the slightest thoughts or feelings that come from within you. When you ignore “you” then who are you? You will become an unrecognizable face with no soul.

It will be to your greater benefit to ignore useless comments, noises, and actions around you and focus more on the inside of you, instead of the opposite we are accustomed to do. Focus on what you heart tells you and do your best.

Find your own mountain to climb. You don’t need to race with anyone. Your goals may constantly change, and that is OK. Keep searching for your own mountain that suits you perfectly, at your own pace.

Your life is yours.

Where kindness originates

ในทุกๆวันที่เรามีแต่ความเอาแต่ใจตัวเอง นึกถึงแต่ตัวเอง ดูแลเอาตัวเองรอดก่อนเป็นหลักในที่ที่เราอยู่ทุกวันนี้ จริงๆแล้วนิสัยคนเรา เราเชื่อว่าไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ ทุกๆคนมีความดีอยู่ในใจเป็นพื้นฐาน แต่ว่าสังคม สิ่งแวดล้อม มันบีบการดำเนินชีวิตเรามากจนความดีในใจมันเอาไม่อยู่จริงๆ กับการต้องแย่งกันเรื่องทรัพยากร จำนวนคนที่มาก ทรัพยากรที่น้อย การตีค่าความสำเร็จของสังคม การต้องมีเงิน มีหน้า มีตา ดูดี ทำงาน เร่งรีบ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความ “สุขสบาย” ในความหมายของแต่ละคน จริงๆพื้นฐานก็เหมือนกัน คือปัจจัย 4 แต่ความพอดีก็ไม่เหมือนกัน สังคมก็ทำให้มองว่ายิ่งมากยิ่งดี โฆษณา ภาพลักษณ์ต่างๆที่มีแรงดึงดูดให้เราคล้อยตาม ทำให้ความเห็นแก่ตัวเพิ่มขึ้น ชั้นต้องไปก่อน ชั้นต้องเร็วกว่า ชั้นต้องนำหน้า ชั้นต้องทำได้ คนอื่นทำได้ชั้นต้องทำได้ โดยไม่ทันถามใจตัวเองว่าสิ่งที่ทำตรงกับใจมั้ย ตรงกับความต้องการส่วนตัวของเราจริงๆมั้ย หรือว่าทำตามๆเค้าไป

ย่อหน้าที่ผ่านมานี่คือพูดถึงคนที่เราเจอๆทุกวัน บนรถไฟฟ้า ในตึกออฟฟิศ คนที่ตอกบัตรทำงาน รับเงินเดือน ก่อนนะ ไม่รวมถึงสังคมในส่วนอื่นๆ

ทุกๆเช้า มาทำงานก็เป็นคนไม่ค่อยเผื่อเวลา อันนี้ก็คือบกพร่องวินัยส่วนตัวละ ก็คือต้องเร่งๆๆหน่อย เดินแซงเดินเบียดคนอื่นบ้างมาตั้งแต่ในซอยจนถึงขึ้นบีทีเอส ลงบีทีเอส ลงบันได้เลื่อน มันก็รู้สึกไม่ค่อยดีหรอก จริงๆก็อยากชิวๆ อยากจะหลีกทางให้คนอื่นไปก่อน แต่ตอนนี้มันสลับกันนิดหน่อยคือคนอื่นต้องหลีกเราเพราะเราเร่งมากจริงๆ >< แห่ะ (จริงๆเป็น new year resolution มาตั้งแต่ชาติที่แล้วละว่าปีหน้าต้องดีขึ้นนะๆ แต่มันก็ไม่ค่อยได้ จะได้เฉพาะเวลาไปเที่ยว วันไปทำงานนี่ กลิ้งไปกลิ้งมา กดนาฬิกา กดแล้วกดอีก ไม่อยากจะลุกมาเผชิญแต่ละวันที่โหดร้าย..นั่นก็ดราม่าไป จริงๆมันไม่มีอะไรหรอกลุกขึ้นมาสู้ไปก็ผ่านไปอีกวันไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอก ชีวิตเรามันไม่แย่ แต่คงต้องมาดูกันลึกๆอีกทีว่าเพราะอะไรว๊า มันถึงยากเย็น อยากจะอยู่แต่บนเตียงกับความฝัน)

ด้วยความที่เร่งรีบๆๆนี่แหละ บางวันก็ป้ำๆเป๋อ ติดกระดุมไม่ครบบ้าง กระเป๋าลืมปิดบ้าง ซื้อกาแฟเสร็จแล้วลืมรูดซิปกระเป๋าบ้าง และก็ไม่รู้ตัว แต่ในความวุ่นวายของทุกวัน วันไหนที่เราป้ำๆเป๋อๆ ก็จะมีคนสะกิดหลังตลอด เรานึกว่าคนรู้จักก็จะหันคว๊าบไป แต่กลายเป็นคนที่ไม่คุ้นหน้าเลย ในความงงชั่วขณะ 0.23 วินาที เสียงของคนคนนั้นก็ดังขึ้นมาเข้าสมองเรา นี่คุณคะๆๆ กระดุมข้างหลังยังไม่ได้ติดนะคะ มันห้อยอยู่…. หรืออีกครั้งที่มีคนสะกิดหลัง จึกๆๆ เราก็หันคว๊าบบไปกะว่าจะทักทาย แต่ก็เป็นอีกหน้าตาที่ไม่เคยคุ้นเคย และเสียงเค้าก็ลอยดังมาอีกว่า คุณๆๆกระเป๋าข้างหลังไม่ได้รูดซิปนะของจะร่วงลงมาหมดแล้ว……เอ้ออ…. อ้ออ… ค่าาาาา ขอบคุณมากค่ะขอบคุณมาก….

ถึงเหตุการณ์เหล่านี้มันจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่ถึง 1 นาที และคนคนนั้นก็เร่งเดินจากไปโดยที่เราไม่ทันพูดขอบคุณจบประโยคหรือไม่ทันยิ้มให้ด้วยซ้ำ แต่ความรู้สึกมันก็อยู่ในใจเราเสมอนะ ในความเร่งรีบ หรือชีวิตประจำวันเราจะบีบให้ใจเราแคบหรือเป็นคนเห็นแก่ตัวมากขึ้น แต่สุดท้ายเมื่อมีโอกาสที่จะทำดี หรือช่วยเหลือคนอื่น ก็ยังมีคนที่ไม่ปฏิเสธโอกาสนั้นๆ และก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันทั้งที่เป็นคนแปลกหน้า

พื้นฐานจิตใจคนเรา มันดีอยู่แล้วจริงๆนะ อยากจะให้สิ่งเหล่านี้มันเพิ่มพูนขึ้น ก็คงต้องเริ่มที่ตัวเราก่อน มีวินัยในตนเองเพื่อที่จะได้สามารถเป็นผู้ให้กับคนอื่นได้ ไม่ต้องเบียดเบียนใครเค้า อันนี้ไม่ได้พุดถึงแค่เรื่องตื่นเช้า แต่เรื่องของการใช้ชีวิตนี้แหละ การรับผิดชอบตัวเองให้เรียบร้อย รับผิดชอบงานให้เรียบร้อย รับผิดชอบการกระทำตัวเอง รับผิดชอบความคิดตัวเอง รับผิดชอบหน้าที่บทบาทต่างๆให้เรียบร้อย เพื่อที่จะได้ส่งผ่านไปยังคนอื่นและไม่เป็นภาระของใคร ใจของเราก้จะมีพื้นที่ให้เปิดกว้างมากขึ้นแล้ว

การมีพื้นที่เยอะๆมันดีนะ  ^_^

30.12.16